พจน์ สารสินJj Zzl Mw X106 Ff Nn5 61634ien 1e:Cc ]
| พจน์ สารสิน | |
|---|---|
| นายกรัฐมนตรีไทย คนที่ 9 | |
| ดำรงตำแหน่ง 21 กันยายน พ.ศ. 2500 – 31 ธันวาคม พ.ศ. 2500[1] (0 ปี 101 วัน) | |
| กษัตริย์ | พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร |
| ก่อนหน้า | จอมพล ป. พิบูลสงคราม |
| ถัดไป | จอมพล ถนอม กิตติขจร |
| อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น | |
| ดำรงตำแหน่ง 14 มิถุนายน พ.ศ. 2509 – 9 เมษายน พ.ศ. 2512 | |
| ถัดไป | ศ.ดร.พิมล กลกิจ |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | 25 มีนาคม พ.ศ. 2448 บ้านพักถนนสุรศักดิ์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย |
| เสียชีวิต | 28 กันยายน พ.ศ. 2543 (95 ปี) |
| พรรคการเมือง | พรรคสหประชาไทย |
| คู่สมรส | ท่านผู้หญิง ศิริ สารสิน |
| ลายมือชื่อ | |
พจน์ สารสิน (25 มีนาคม พ.ศ. 2448 - 28 กันยายน พ.ศ. 2543) นายกรัฐมนตรีคนที่ 9 ของประเทศไทย นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยที่เป็นพลเรือนในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช, อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่ภายหลังได้ลาออกเนื่องจากมีความเห็นขัดแย้งกับรัฐบาลเกี่ยวกับการรับรองรัฐบาลเบาได๋ แห่งเวียดนามใต้ และอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา
เนื้อหา
- 1 ประวัติและครอบครัว
- 2 ชีวิตการเมือง
- 3 งานระหว่างประเทศ
- 4 การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
- 5 เครื่องราชอิสริยาภรณ์
- 6 อ้างอิง
ประวัติและครอบครัว[แก้]
พจน์ สารสิน เกิดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2448 ที่บ้านพักถนนสุรศักดิ์ กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของพระยาสารสินสวามิภักดิ (เทียนฮี้ สารสิน) กับคุณหญิง สุ่น สมรสกับท่านผู้หญิง ศิริ สารสิน ศึกษาที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่วัยเยาว์ เมื่อกลับสู่ประเทศไทยเข้าเรียนวิชากฎหมาย จนสอบได้เนติบัณฑิตไทยเมื่อปี พ.ศ. 2472 และศึกษาวิชากฎหมายในประเทศอังกฤษ
โดยที่บิดา คือพระยาสารสินสวามิภักดิ์ (เทียนฮี้; อักษรจีน: 黄天喜)[2] นั้นเป็นแพทย์ชาวจีนอพยพเชื้อสายไหหลำที่เดินทางมาอาศัยยังประเทศไทยตั้งแต่ราว พ.ศ. 2443 และรับราชการเป็นแพทย์หลวงประจำราชสำนัก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยตระกูลสารสินถือเป็นตระกูลนักธุรกิจที่มั่งคั่งและมีชื่อเสียงตระกูลหนึ่ง และมีสายสัมพันธ์อันดีกับทางราชการมาโดยตลอด[3]
พจน์ สารสิน สมรสกับท่านผู้หญิง สิริ สารสิน (สกุลเดิม: โชติกเสถียร) มีบุตรธิดารวมกันทั้งหมด 5 คน โดยที่บุตรชาย 2 คนแรก คือ พงส์ สารสิน เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง และพลตำรวจเอก เภา สารสิน เป็นอดีตอธิบดีกรมตำรวจ, บุตรชายคนที่ 3 บัณฑิต บุญยะปาณะ เป็นอดีตปลัดกระทรวงการคลัง และอาสา สารสิน เป็นอดีตราชเลขาธิการในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ[4][5][6]
ชีวิตการเมือง[แก้]
พจน์ สารสิน เริ่มบทบาททางการเมืองด้วยการสนับสนุนของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา เมื่อปี พ.ศ. 2490 และเข้าร่วมรัฐบาลในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศในปี พ.ศ. 2491 และต่อมาในปี พ.ศ. 2492 ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แต่ภายหลังได้ลาออกเนื่องจากมีความเห็นขัดแย้งกับรัฐบาลเกี่ยวกับการรับรองรัฐบาลเบาได๋ แห่งเวียดนามใต้
ในวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2500 23.00 น. ทรงมีพระบรมราชโองการให้เลิกประกาศกฎอัยการศึกในบางจังหวัด โดยทรงยกเลิกกฎอัยการศึกทั้งหมด 46 จังหวัด และให้คงกฎอัยการศึกไว้ทั้งหมด 26 จังหวัด จากทั้งหมด 72 จังหวัด โดยนาย พจน์ สารสิน นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ[7]
งานระหว่างประเทศ[แก้]
ระหว่างปี พ.ศ. 2495 - พ.ศ. 2500 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกาและทำหน้าที่ผู้แทนของประเทศไทยประจำองค์การสหประชาชาติ และในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2500 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ส.ป.อ.)
การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี[แก้]
พจน์ สารสิน ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2500[8] หลังจากการทำรัฐประหารของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ภารกิจสำคัญของรัฐบาลคือจะต้องเร่งจัดการ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้บริสุทธิ์และยุติธรรมอันเป็นสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง และเป็นเหตุผลที่จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ได้ใช้เป็นข้ออ้างในการ ยึดอำนาจจากรัฐบาลชุดเก่า หลังจากที่ได้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว พจน์ สารสิน ก็ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกลับไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ส.ป.อ. ตามเดิม หลังชีวิตราชการท่านพำนักอยู่ที่บ้านพักในกรุงเทพมหานคร และยุติบทบาททางการเมืองโดยสิ้นเชิง จนถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2543 รวมอายุได้ 95 ปีเศษ [9]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]
- พ.ศ. 2507 -
เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นปฐมจุลจอมเกล้า (ป.จ.)[10] - พ.ศ. 2501 -
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)[11]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นมหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
อ้างอิง[แก้]
- ↑ นายกรัฐมนตรีไทย (พ.ศ. 2475 - ปัจจุบัน), สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, 30 มิถุนายน 2557
- ↑ [泰国] 洪林, 黎道纲主编 (April 2006). 泰国华侨华人研究. 香港社会科学出版社有限公司. p. 17. ISBN 962-620-127-4.
- ↑ Chris Baker, Pasuk Phongpaichit. A History of Thailand. Cambridge University Press. p. 98. ISBN 0-521-81615-7.
- ↑ "Pao Sarasin dies at 83". Bangkok Post. 2013-03-08. สืบค้นเมื่อ 2013-03-30.
- ↑ "Former deputy PM Pao Sarasin dies". The Nation (Thailand). 2013-03-09. สืบค้นเมื่อ 2013-03-30.
- ↑ Menues chroniques d'un séjour en Thaïlande (1989-1992)
- ↑ http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2500/A/084/8.PDF
- ↑ พระบรมราชโองการ ประกาศ ตั้งนายกรัฐมนตรี (นายพจน์ สารสิน) ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 74 ตอนพิเศษที่ 79ก วันที่ 21 กันยายน 2500
- ↑ ชีวประวัติจากสำนักนายกรัฐมนตรี
- ↑ ราชกิจจานุเบกษา,แจ้งความสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เล่ม 81 ตอนที่ 42 วันที่ 7 พฤษภาคม 2507
- ↑ แจ้งความสำนักคณะรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
| ก่อนหน้า | พจน์ สารสิน | ถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| แปลก พิบูลสงคราม | นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย (21 กันยายน พ.ศ. 2500 – 1 มกราคม พ.ศ. 2501) |
ถนอม กิตติขจร | ||
| ประภาส จารุเสถียร | รองนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย (9 มีนาคม พ.ศ. 2512 – 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514) |
ประภาส จารุเสถียร | ||
| หม่อมเจ้า ปรีดิเทพย์พงษ์ เทวกุล | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (13 ตุลาคม พ.ศ. 2492 – 1 มีนาคม พ.ศ. 2493) |
นายวรการบัญชา (บุญเกิด สุตันตานนท์) | ||
| สุนทร หงส์ลดารมภ์ | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2511 – 7 มีนาคม พ.ศ. 2512) |
บุญชนะ อัตถากร | ||
| นายวรการบัญชา (บุญเกิด สุตันตานนท์) |
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (23 กันยายน พ.ศ. 2500 – 26 กันยายน พ.ศ. 2500) |
เสริม วินิจฉัยกุล | ||
| พระประกาศสหกรณ์ (สดับ วีรเธียร) |
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ (11 ธันวาคม พ.ศ. 2506 – 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514) |
ยกเลิกตำแหน่ง | ||
| สถาปนาตำแหน่ง | อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (14 มิถุนายน พ.ศ. 2509 - 9 เมษายน พ.ศ. 2512) |
ศาสตราจารย์ พิมล กลกิจ |
| |||||||||||||
| ||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| ||||||||